RooWai รู้ไว้ ใช้ได้ทุกวัน
หน้าแรก › เทคโนโลยี
เทคโนโลยี

มือถือช้า เครื่องอืด แก้ยังไง? 10 วิธีทำให้มือถือกลับมาลื่นขึ้นโดยไม่ต้องซื้อใหม่

อัปเดต 7 ก.ย. 2569

มือถือช้า เครื่องอืด ลองรีสตาร์ตเครื่องก่อน

เมื่อก่อนแตะไอคอนปุ๊บ แอปเปิดปั๊บ

แต่พอใช้มือถือไปสักพัก...

เปิดกล้องต้องรอ

สลับแอปแล้วค้าง

พิมพ์ข้อความแต่ตัวอักษรตามมาทีหลัง

เลื่อนหน้าจอไม่ลื่น

บางครั้งเครื่องร้อนและแบตลดเร็ว

จนเริ่มคิดว่า

“มือถือเก่าแล้วหรือถึงเวลาต้องซื้อเครื่องใหม่?”

จริง ๆ แล้วมือถือช้าไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนเครื่องเสมอไป

ปัญหาอาจมาจากพื้นที่จัดเก็บเหลือน้อย แอปทำงานเบื้องหลังมากเกินไป ซอฟต์แวร์มีปัญหา เครื่องร้อน หรือแม้แต่แอปบางตัวเองที่ทำงานผิดปกติ

ก่อนเสียเงินหลักพันหรือหลักหมื่น ลองทำ 10 วิธีต่อไปนี้ก่อนครับ

1. รีสตาร์ตเครื่องก่อน

ฟังดูง่ายจนหลายคนมองข้าม

มือถือบางเครื่องเปิดต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์โดยไม่เคยรีสตาร์ตเลย

การรีสตาร์ตช่วยปิดกระบวนการบางอย่างที่ค้างอยู่และเริ่มระบบใหม่ จึงเป็นสิ่งแรกที่ควรลองเมื่อเครื่องเริ่มทำงานผิดปกติ

ถ้ามือถืออยู่ดี ๆ ช้าลงจากปกติ ให้ลอง

ปิดเครื่อง → รอสักครู่ → เปิดใหม่

แล้วทดลองใช้งานอีกครั้ง

ถ้ากลับมาลื่น แสดงว่าปัญหาอาจเป็นเพียงอาการชั่วคราว

แต่ถ้าช้าเหมือนเดิม ให้ตรวจข้อต่อไป

2. เช็กว่าพื้นที่ในเครื่องใกล้เต็มหรือไม่

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ควรตรวจเป็นอันดับแรก

เช็กพื้นที่จัดเก็บในมือถือ
เช็กพื้นที่จัดเก็บในมือถือ

ถ้าในเครื่องเต็มไปด้วย

รูปภาพหลายหมื่นรูป

วิดีโอความละเอียดสูง

ไฟล์ดาวน์โหลด

เกมขนาดใหญ่

ไฟล์จากแอปแชต

พื้นที่ว่างอาจเหลือน้อยโดยไม่รู้ตัว

ทั้ง Android และ iPhone มีเมนูสำหรับดูพื้นที่จัดเก็บและตรวจว่าแอปหรือไฟล์ประเภทใดใช้พื้นที่มาก

ไม่จำเป็นต้องลบทุกอย่าง

เริ่มจาก ไฟล์ขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องการจริง ๆ ก่อน

3. ลบแอปที่ไม่ได้ใช้

ลองเปิดรายการแอปทั้งหมดแล้วถามตัวเองว่า

ลบแอปที่ไม่ได้ใช้เพื่อลดภาระเครื่อง
ลบแอปที่ไม่ได้ใช้เพื่อลดภาระเครื่อง

“ครั้งล่าสุดที่เปิดแอปนี้คือเมื่อไร?”

บางแอปติดตั้งไว้เพราะเคยใช้ครั้งเดียว

เกมบางเกมเลิกเล่นมาหลายเดือน

แอปแต่งรูปมีอยู่ 5 ตัว แต่ใช้จริงตัวเดียว

ถ้าไม่จำเป็นแล้ว การถอนการติดตั้งช่วยคืนพื้นที่และลดจำนวนแอปที่ต้องจัดการ

แต่ก่อนลบแอป ควรตรวจว่ามีข้อมูลสำคัญเก็บอยู่ภายในหรือไม่ และข้อมูลนั้นสำรองไว้แล้วหรือยัง

4. จัดการรูปและวิดีโออย่างระมัดระวัง

รูปหนึ่งรูปอาจไม่ใหญ่

จัดการรูปและวิดีโอที่ไม่จำเป็นอย่างระมัดระวัง
จัดการรูปและวิดีโอที่ไม่จำเป็นอย่างระมัดระวัง

แต่เมื่อสะสมเป็นหมื่นรูป รวมกับวิดีโอหลายร้อยคลิป พื้นที่ก็สามารถหายไปจำนวนมาก

เริ่มจากสิ่งที่ลบง่ายก่อน เช่น

ภาพหน้าจอเก่า

รูปซ้ำ

วิดีโอที่ไม่ต้องการ

ไฟล์ดาวน์โหลด

คลิปที่ส่งต่อกันมา

สำหรับรูปสำคัญ สามารถพิจารณาสำรองไปยังคอมพิวเตอร์หรือบริการ Cloud ที่เชื่อถือได้

อย่าลบรูปสำคัญก่อนตรวจว่าสำรองสำเร็จจริง

โดยเฉพาะบริการที่ซิงก์รูปหลายอุปกรณ์ เพราะคำสั่งลบบางรูปแบบอาจซิงก์ตามไปยังอุปกรณ์อื่นด้วย

5. อัปเดตระบบและแอป

บางครั้งอาการช้า ค้าง หรือแอปเด้งอาจเกี่ยวข้องกับข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์

อัปเดตระบบและแอปให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
อัปเดตระบบและแอปให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน

ลองตรวจว่ามี

System Update

และ

App Update

รออยู่หรือไม่

การอัปเดตอาจมีการแก้บั๊ก ปรับปรุงความปลอดภัย และแก้ปัญหาความเข้ากันได้ของแอป

อย่างไรก็ตาม ก่อนอัปเดตระบบครั้งใหญ่ ควรสำรองข้อมูลสำคัญ และตรวจว่ามีพื้นที่ว่างเพียงพอ

สำหรับมือถือรุ่นเก่ามาก หากกังวลเรื่องประสิทธิภาพหลังอัปเดต ควรอ่านข้อมูลของผู้ผลิตเกี่ยวกับรุ่นนั้นก่อน

6. เครื่องร้อนมาก ให้พักก่อน

เคยเล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรือใช้แผนที่กลางแดด แล้วจู่ ๆ มือถือช้าลงไหม?

ลดความร้อนของมือถือและพักการใช้งานหนัก
ลดความร้อนของมือถือและพักการใช้งานหนัก

หนึ่งในสาเหตุอาจเป็น ความร้อน

สมาร์ตโฟนสามารถลดประสิทธิภาพของตัวเองเมื่ออุณหภูมิสูงเพื่อปกป้องอุปกรณ์

ถ้าเครื่องร้อนผิดปกติ ให้หยุดงานหนักชั่วคราวและนำเครื่องออกจากบริเวณร้อน

ไม่ควรพยายามทำให้เย็นอย่างรวดเร็วด้วยการนำไปแช่ตู้เย็นหรือสัมผัสความเย็นจัด เพราะความชื้นและการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจสร้างปัญหาอื่นตามมา

ถ้าเครื่องร้อนมากเป็นประจำทั้งที่ใช้งานเบา ๆ ควรหาสาเหตุเพิ่มเติม

7. เช็กว่า “ทั้งเครื่องช้า” หรือ “แค่เน็ตช้า”

บางครั้งมือถือไม่ได้ช้าเลย

แยกให้ออกว่ามือถือช้าหรืออินเทอร์เน็ตช้า
แยกให้ออกว่ามือถือช้าหรืออินเทอร์เน็ตช้า

แต่ อินเทอร์เน็ตช้า

เช่น เปิดเว็บไซต์นาน วิดีโอหมุน โหลดรูปไม่ขึ้น แต่การเปิด Settings หรือแอปที่ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตยังรวดเร็วตามปกติ

ลองแยกอาการก่อนว่า

ตัวเครื่องช้า หรือ การเชื่อมต่อช้า

ถ้าเกิดเฉพาะเวลาใช้ Wi-Fi ลองทดสอบกับเครือข่ายอื่นตามความเหมาะสม

ถ้าเกิดเฉพาะแอปเดียว ก็อาจเป็นปัญหาที่แอปหรือบริการนั้น ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ตโทรศัพท์ทั้งเครื่อง

8. ลด Widget และสิ่งที่ทำงานเบื้องหลังถ้ามีมากเกินไป

Widget บนหน้าจอ แอปที่อัปเดตข้อมูลตลอดเวลา หรือฟังก์ชันเบื้องหลังบางอย่างอาจใช้ทรัพยากรและแบตเตอรี่

ลด Widget และงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น
ลด Widget และงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็น

ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดทั้งหมด

ให้ดูว่าอะไร จำเป็นจริง ๆ

ถ้ามี Widget หลายหน้าแต่แทบไม่เคยดู ลองลดลง

หากแอปบางตัวไม่จำเป็นต้องทำงานหรืออัปเดตข้อมูลตลอดเวลา สามารถตรวจการตั้งค่าการทำงานเบื้องหลังตามตัวเลือกที่ระบบอนุญาต

อย่าปิดสิทธิ์หรือบริการระบบแบบสุ่ม ๆ เพียงเพราะมีคลิปแนะนำให้ “ปิดทุกอย่างเพื่อให้เครื่องเร็ว”

บางฟังก์ชันมีหน้าที่สำคัญต่อการแจ้งเตือน การสำรองข้อมูล หรือการทำงานของแอป

9. อย่าติดตั้งแอป “เร่งเครื่อง” แบบสุ่ม

เห็นโฆษณาว่า

“มือถือช้า? กดครั้งเดียวเร็วขึ้น 200%!”

ควรระวังไว้ก่อน

โทรศัพท์สมัยใหม่มีระบบจัดการหน่วยความจำและทรัพยากรของตัวเองอยู่แล้ว

แอปประเภท Cleaner หรือ Booster บางตัวอาจไม่ได้ทำให้เครื่องเร็วขึ้นอย่างที่โฆษณา และบางแอปอาจมีโฆษณาจำนวนมาก ขอสิทธิ์เกินความจำเป็น หรือทำงานเบื้องหลังเสียเอง

หากต้องการจัดการพื้นที่ ให้เริ่มจากเครื่องมือที่มากับ Android หรือ iPhone และเครื่องมืออย่างเป็นทางการของผู้ผลิตก่อน

10. ขั้นสุดท้าย: สำรองข้อมูลแล้วค่อยพิจารณารีเซ็ตเครื่อง

ถ้าลองทุกอย่างแล้วเครื่องยังช้าผิดปกติ และสงสัยว่าปัญหาเกิดจากซอฟต์แวร์ การรีเซ็ตเครื่องกลับสู่การตั้งค่าจากโรงงานอาจเป็นหนึ่งในทางเลือกสุดท้าย

แต่ต้องเน้นว่า

Factory Reset สามารถลบข้อมูลในเครื่อง

ก่อนทำต้องตรวจให้แน่ใจว่าได้สำรอง

รูปและวิดีโอ

รายชื่อ

เอกสาร

ข้อมูลแอปที่สำคัญ

บัญชีและวิธีเข้าสู่ระบบ

ข้อมูลยืนยันตัวตนที่จำเป็น

ครบแล้ว

ถ้าไม่มั่นใจ อย่ารีบกดรีเซ็ตเพียงเพราะเห็นคำแนะนำบนอินเทอร์เน็ต

มือถือช้าเพราะแบตเสื่อมได้ไหม?

เป็นไปได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรสรุปจากอาการช้าอย่างเดียว

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเสื่อมลงตามอายุและรอบการใช้งาน

อาการที่ควรจับตา เช่น

แบตลดเร็วผิดปกติ

เครื่องดับทั้งที่ยังมีเปอร์เซ็นต์แบต

ชาร์จผิดปกติ

เครื่องร้อนผิดปกติ

หรือระบบแจ้งเตือนสุขภาพแบตเตอรี่

ในบางอุปกรณ์ ระบบอาจมีการจัดการประสิทธิภาพเมื่อแบตเตอรี่ไม่สามารถจ่ายพลังงานได้ตามที่ต้องการ

ดังนั้นถ้าโทรศัพท์เก่าหลายปีและแบตมีอาการผิดปกติ การเปลี่ยนแบตเตอรี่อาจเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อเครื่องใหม่

เช็กง่าย ๆ ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

อาการสิ่งที่ควรเช็กก่อน
เปิดทุกอย่างช้า พื้นที่, ระบบ, ความร้อน
แอปเดียวช้า แอปนั้นและการอัปเดต
โหลดเว็บช้า Wi-Fi / อินเทอร์เน็ต
เครื่องช้าตอนร้อน อุณหภูมิ
แอปเด้งบ่อย พื้นที่และอัปเดต
แบตหมดเร็ว + เครื่องเก่า สุขภาพแบตเตอรี่
พื้นที่เกือบเต็ม รูป วิดีโอ แอป และไฟล์ดาวน์โหลด

ตารางนี้ไม่ได้ใช้วินิจฉัยปัญหาทุกกรณี แต่ช่วยให้ไม่ต้องแก้แบบสุ่ม

Android ช้า ควรเริ่มตรงไหน?

สำหรับ Android เมนูอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและเวอร์ชันของระบบ

แต่หลัก ๆ ให้เริ่มจาก

ตรวจ Storage

ถอนแอปที่ไม่ได้ใช้

อัปเดต Android และแอป

รีสตาร์ต

ตรวจการใช้แบตและแอปที่ทำงานผิดปกติ

ถ้าโทรศัพท์มีแอปดูแลเครื่องจากผู้ผลิต สามารถใช้ฟังก์ชันที่มากับเครื่องได้ แต่ควรอ่านก่อนว่าคำสั่งนั้นจะลบข้อมูลอะไร

iPhone ช้า ควรเริ่มตรงไหน?

สำหรับ iPhone สามารถเริ่มจากตรวจ iPhone Storage เพื่อดูว่าอะไรใช้พื้นที่มาก ตรวจ Software Update และดูสถานะ Battery Health ตามฟังก์ชันที่รองรับในรุ่นนั้น

ถ้ามีข้อความเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือประสิทธิภาพ ควรอ่านรายละเอียดที่ระบบแสดงก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแบตหรือเครื่อง

เมนูและตัวเลือกสามารถเปลี่ยนได้ตาม iOS และรุ่นของ iPhone จึงควรอ้างอิงคำแนะนำล่าสุดของ Apple เมื่อต้องทำขั้นตอนเฉพาะรุ่น

5 อย่างที่ “ไม่ควรทำ” เวลามือถือช้า

  1. อย่าลบรูปทั้งหมดทันที โดยยังไม่ได้สำรองข้อมูล
  2. อย่าติดตั้งแอป Booster หลายตัว เพราะหวังว่าจะทำให้เครื่องเร็วขึ้น
  3. อย่าปิดบริการระบบแบบสุ่ม ถ้าไม่รู้ว่ามีหน้าที่อะไร
  4. อย่า Factory Reset ก่อนสำรองข้อมูล
  5. อย่ารีบซื้อเครื่องใหม่ ก่อนตรวจพื้นที่ แบตเตอรี่ ความร้อน ระบบ และแอป

บางครั้งสิ่งที่ทำให้มือถือกลับมาใช้งานได้ดีขึ้น อาจเป็นเพียงการลบวิดีโอเก่า ถอนเกมที่ไม่ได้เล่น และรีสตาร์ตเครื่อง

เมื่อไรควรซ่อม หรือเปลี่ยนเครื่องใหม่?

ถ้าเครื่องช้าเพราะพื้นที่เต็มหรือแอปเยอะ ยังมีโอกาสแก้ได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่

แต่ถ้ามีอาการอย่าง

แบตเตอรี่บวม

เครื่องเสียหายจากน้ำ

จอหรืออุปกรณ์ภายในผิดปกติ

ดับเองบ่อย

ร้อนผิดปกติรุนแรง

หรือไม่สามารถรับการอัปเดตด้านความปลอดภัยที่จำเป็นได้อีก

ควรพิจารณาให้ศูนย์บริการหรือช่างที่เชื่อถือได้ตรวจสอบ

หากแบตเตอรี่บวม ไม่ควรกด บีบ เจาะ หรือพยายามเปลี่ยนเองโดยไม่มีความรู้ และควรหยุดใช้งานตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของผู้ผลิต

คำถามที่พบบ่อย

มือถือช้าเพราะความจำเต็มจริงไหม?

พื้นที่จัดเก็บที่เหลือน้อยมากสามารถส่งผลต่อการทำงานของระบบและแอปได้ จึงเป็นหนึ่งในสิ่งแรกที่ควรตรวจเมื่อเครื่องเริ่มช้า

ล้าง RAM ทำให้มือถือเร็วขึ้นไหม?

ระบบมือถือสมัยใหม่ออกแบบมาให้จัดการหน่วยความจำโดยอัตโนมัติ การบังคับปิดทุกแอปซ้ำ ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เครื่องเร็วขึ้นเสมอไป ควรปิดแอปเมื่อแอปมีปัญหาหรือไม่ตอบสนองมากกว่า

ลบรูปแล้วเครื่องจะเร็วขึ้นไหม?

ถ้าพื้นที่ในเครื่องใกล้เต็ม การลบหรือย้ายไฟล์จำนวนมากสามารถช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างได้ แต่ถ้าเครื่องมีพื้นที่เหลือมากอยู่แล้ว ปัญหาความช้าอาจมาจากสาเหตุอื่น

มือถือใช้มากี่ปีควรเปลี่ยน?

ไม่มีจำนวนปีตายตัว หากเครื่องยังได้รับการอัปเดตที่เหมาะสม แบตเตอรี่และฮาร์ดแวร์ยังใช้งานได้ และประสิทธิภาพตอบโจทย์ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะอายุเครื่อง

Factory Reset ทำให้เครื่องเร็วขึ้นไหม?

อาจช่วยได้ในกรณีที่ปัญหาเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์หรือการตั้งค่าที่สะสม แต่ไม่สามารถแก้ฮาร์ดแวร์ที่เสื่อมหรือเสียหาย และต้องสำรองข้อมูลก่อนทำทุกครั้ง

สรุป

ถ้ากำลังถามว่า “มือถือช้า เครื่องอืด แก้ยังไง?” อย่าเพิ่งเริ่มจากการดูราคาโทรศัพท์เครื่องใหม่

ให้ลองตามลำดับนี้ก่อน

รีสตาร์ต → เช็กพื้นที่ → ลบสิ่งที่ไม่ใช้ → อัปเดต → เช็กความร้อน → เช็กแบต → ตรวจว่าเป็นที่เครื่องหรืออินเทอร์เน็ต

ถ้ายังไม่หายจึงค่อยพิจารณาวิธีขั้นสูงขึ้น

มือถือที่ใช้งานมาหลายปีอาจไม่มีทางเร็วเท่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุด แต่ถ้าปัญหาเกิดจากพื้นที่เต็ม แอปที่ไม่จำเป็น หรือซอฟต์แวร์ การจัดการเพียงเล็กน้อยอาจช่วยให้เครื่องเดิมกลับมาใช้งานได้ดีขึ้น

และที่สำคัญ...

ถ้ามือถือยังทำทุกอย่างที่เราต้องการได้ ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องใหม่เพียงเพราะมีรุ่นใหม่ออกมา

ลองดูแลเครื่องที่มีอยู่ก่อน

บางทีโทรศัพท์ที่คิดว่า “หมดอายุแล้ว” อาจแค่ต้องการพื้นที่ว่างและการจัดระเบียบใหม่เท่านั้นครับ

อ่านต่อ:

อ่านต่อและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

บทความที่เกี่ยวข้องใน RooWai: มือถือแบตหมดเร็วเกิดจากอะไร?

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: Google Android Help