RooWai รู้ไว้ ใช้ได้ทุกวัน
หน้าแรก › สัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยง

สุนัขมีกลิ่นตัวทำยังไง? 9 วิธีลดกลิ่นตัวและกลิ่นในบ้านอย่างถูกวิธี

อัปเดต 7 ก.ย. 2569

แปรงขนสุนัขเป็นประจำ ช่วยลดสิ่งสกปรกและกลิ่นสะสม

อาบน้ำให้น้องหมาไปไม่กี่วัน แต่พอเดินผ่านก็เริ่มได้กลิ่นอีกแล้ว... บางบ้านถึงขั้นรู้สึกว่า “ทำไมอาบน้ำแล้วก็ยังเหม็น?”

ปัญหานี้ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของดูแลสุนัขไม่สะอาดเสมอไป เพราะ กลิ่นของสุนัขสามารถมาจากหลายจุด ทั้งผิวหนัง ขน หู ช่องปาก อุ้งเท้า ที่นอน รวมถึงสิ่งของภายในบ้าน ที่สำคัญ การแก้ด้วยการอาบน้ำบ่อย ๆ เพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ

ก่อนแก้กลิ่น ต้องหาก่อนว่า “กลิ่นมาจากไหน”

ก่อนจับน้องหมาไปอาบน้ำอีกรอบ ลองเช็ก หู → ปาก → ผิวหนังและขน → อุ้งเท้า → รอบก้น → ที่นอน เพราะถ้าต้นเหตุอยู่ที่หู การอาบน้ำทั้งตัวก็ไม่ได้แก้ปัญหา และถ้ากลิ่นติดอยู่บนที่นอน พอกลับไปนอนบนเบาะเดิมกลิ่นก็อาจกลับมาติดขนอีก

1. แปรงขนเป็นประจำ

การแปรงขนไม่ได้มีประโยชน์แค่ทำให้ขนสวย แต่ยังช่วยนำขนที่หลุด สิ่งสกปรก และเศษต่าง ๆ ออกจากเส้นขน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของตรวจผิวหนังไปด้วย โดยเฉพาะสุนัขขนยาวหรือขนที่พันกันง่าย

ระหว่างแปรงลองสังเกตผิวหนังแดง สะเก็ด ตุ่ม แผล บริเวณชื้นผิดปกติ หรือกลิ่นแรงเฉพาะจุด หากพบความผิดปกติ ไม่ควรพยายามแก้ด้วยน้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นเพียงอย่างเดียว

2. อาบน้ำให้เหมาะ ไม่ใช่ “เหม็นเมื่อไรก็อาบ”

ความถี่ในการอาบน้ำควรขึ้นอยู่กับชนิดขน สภาพผิว กิจกรรม และคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ สิ่งสำคัญคือควรใช้ แชมพูสำหรับสุนัข หลังอาบน้ำควรล้างผลิตภัณฑ์ออกให้หมดและทำให้ขนแห้งอย่างเหมาะสม

อาบน้ำสุนัขอย่างเหมาะสมและทำขนให้แห้งสนิท
อาบน้ำตามความเหมาะสม ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัข และทำขนให้แห้งสนิท

3. หลังเปียกน้ำ ต้องทำให้ขนแห้ง

ความชื้นที่ติดอยู่กับขนและผิวหนังสามารถทำให้เกิดกลิ่นได้ หลังอาบน้ำ ว่ายน้ำ หรือโดนฝน จึงไม่ควรปล่อยให้ขนเปียกชื้นอยู่นาน ใช้ผ้าสะอาดซับน้ำและทำให้ขนแห้ง โดยสุนัขขนหนาควรตรวจบริเวณใกล้ผิวหนังด้วย

4. เช็ก “หู” เพราะกลิ่นอาจไม่ได้มาจากตัว

หากมีกลิ่นผิดปกติร่วมกับการเกาหูบ่อย สะบัดหัว หูแดง มีสิ่งคัดหลั่ง หรือเจ็บเมื่อสัมผัส ไม่ควรทำความสะอาดลึกเข้าไปเองโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับหูที่ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจ

5. กลิ่นปากก็ทำให้เราคิดว่า “ตัวหมาเหม็น” ได้

คราบพลัค หินปูน เหงือก หรือปัญหาทางทันตกรรมสามารถเกี่ยวข้องกับกลิ่นปากได้ ควรดูแลช่องปากด้วยวิธีและผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัข และตรวจช่องปากเป็นระยะ หากกลิ่นปากรุนแรง กินอาหารลำบาก น้ำลายไหลผิดปกติ หรือมีเลือด ควรพาไปตรวจ

6. อย่าลืมอุ้งเท้าและซอกนิ้ว

หลังกลับจากเดินเล่น สามารถตรวจและทำความสะอาดอุ้งเท้าตามความเหมาะสม แล้วทำให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ถ้ามีกลิ่นแรงร่วมกับการเลียเท้าบ่อย ผิวแดง บวม หรือระคายเคือง ควรให้สัตวแพทย์ตรวจ

เช็กหู ช่องปาก อุ้งเท้าและซอกนิ้วเพื่อหาต้นเหตุของกลิ่นสุนัข
กลิ่นอาจมาจากหู ปาก อุ้งเท้า หรือผิวหนัง ไม่ใช่จากขนเพียงอย่างเดียว

7. ซักที่นอน ผ้าห่ม และของใช้ของสุนัข

น้องหมาอาบน้ำสะอาดแล้ว แต่ถ้ากลับไปนอนบนเบาะที่ไม่ได้ซักมานาน ไม่นานกลิ่นก็กลับมา ควรทำความสะอาดที่นอน ปลอกเบาะ ผ้าห่ม ของเล่นที่ซักได้ และสายจูงหรือสายรัดที่สกปรกตามความเหมาะสม แล้วทำให้แห้งสนิทก่อนใช้

8. ทำความสะอาดบ้าน “ตรงจุด” แทนการฉีดน้ำหอมกลบ

ลองหาพื้นที่ที่เป็นต้นเหตุ เช่น โซฟาที่สุนัขชอบนอน พรม เบาะ รถยนต์ หรือมุมที่น้องใช้เวลานาน แล้วทำความสะอาดตามชนิดวัสดุ สำหรับคราบปัสสาวะหรืออุบัติเหตุในบ้าน การกำจัดคราบให้ถูกวิธีสำคัญกว่าการฉีดกลิ่นหอมทับ และควรระวังผลิตภัณฑ์ที่อาจไม่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง

ดูแลที่นอน ของใช้ และบ้านให้สะอาดเพื่อลดกลิ่นสุนัขสะสม
ดูแลทั้งตัวสุนัขและพื้นที่ที่น้องสัมผัสเป็นประจำ กลิ่นจึงไม่กลับมาติดขนง่าย

9. ถ้ากลิ่นผิดปกติ อย่าพยายามดับกลิ่นอย่างเดียว

ถ้าจู่ ๆ กลิ่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนหรือแรงผิดปกติ ทั้งที่ดูแลเหมือนเดิม ควรสังเกตอาการอื่น เช่น คันหรือเกามากผิดปกติ เลียผิวหนังหรือเท้าซ้ำ ๆ ผิวแดง ขนร่วงเป็นหย่อม มีแผลหรือของเหลว หูมีกลิ่นแรง กลิ่นปากรุนแรง เจ็บเมื่อจับ ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป ในกรณีเหล่านี้ควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาต้นเหตุ

ทำไมอาบน้ำแล้วสุนัขยังเหม็น?

ลองเช็ก 5 เรื่อง: ขนแห้งสนิทหรือยัง, ที่นอนสะอาดหรือยัง, กลิ่นมาจากหูหรือเปล่า, กลิ่นมาจากปากหรือไม่ และผิวหนังมีความผิดปกติหรือเปล่า การอาบน้ำทั้งตัวไม่สามารถแก้ต้นเหตุจากทุกจุดได้

แล้วควรอาบน้ำสุนัขบ่อยแค่ไหน?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับสุนัขทุกตัว เพราะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ชนิดขน สภาพผิว กิจกรรม สุขภาพ และสภาพแวดล้อม สุนัขที่มีปัญหาผิวหนังบางชนิดอาจได้รับคำแนะนำเรื่องแชมพูและความถี่จากสัตวแพทย์โดยเฉพาะ

น้ำหอมสำหรับสุนัขจำเป็นไหม?

ไม่จำเป็นสำหรับการแก้ต้นเหตุของกลิ่น ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่ควรใช้ตามฉลากและสังเกตการระคายเคือง ไม่ควรใช้น้ำหอมของคน น้ำมันหอมระเหย หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบความปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงโดยอัตโนมัติ

Checklist บ้านหอมแบบคนเลี้ยงหมา

จุดที่ต้องดูแลเช็ก✓
แปรงขนและตรวจผิวหนัง☐
อาบน้ำตามความเหมาะสม☐
ทำขนให้แห้งหลังเปียก☐
ตรวจหูและดูแลช่องปาก☐
ตรวจอุ้งเท้าและซอกนิ้ว☐
ซักที่นอนและผ้าห่ม☐
ทำความสะอาดโซฟา/พรม☐
ระบายอากาศในบ้าน☐
สังเกตกลิ่นหรืออาการผิดปกติ☐

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมหมามีกลิ่นตัวทั้งที่เพิ่งอาบน้ำ?

อาจเกิดจากขนยังชื้น ที่นอนหรือของใช้มีกลิ่น หรือกลิ่นมาจากบริเวณอื่น เช่น หู ปาก อุ้งเท้า หรือผิวหนัง หากกลิ่นผิดปกติหรือกลับมาเร็วมากควรหาต้นเหตุ

ใช้น้ำหอมคนฉีดสุนัขได้ไหม?

ไม่ควรนำผลิตภัณฑ์สำหรับคนมาใช้กับสุนัขโดยอัตโนมัติ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าเหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงและใช้ตามคำแนะนำ

กลิ่นเท้าสุนัขเป็นเรื่องปกติไหม?

อุ้งเท้าสามารถมีกลิ่นตามธรรมชาติได้บ้าง แต่ถ้ากลิ่นแรงขึ้นร่วมกับการเลียเท้า ผิวแดง บวม หรือระคายเคือง ควรปรึกษาสัตวแพทย์

ทำอย่างไรให้บ้านเลี้ยงหมาไม่มีกลิ่นแรง?

เน้นทำความสะอาดจุดที่สุนัขสัมผัสเป็นประจำ เช่น ที่นอน ผ้าห่ม พรม และโซฟา พร้อมดูแลตัวสุนัขและระบายอากาศในบ้านอย่างเหมาะสม การฉีดน้ำหอมอย่างเดียวไม่สามารถแทนการกำจัดต้นเหตุของกลิ่นได้

สรุป

ถ้า สุนัขมีกลิ่นตัว อย่าเพิ่งแก้ด้วยการจับอาบน้ำซ้ำหรือฉีดน้ำหอมกลบ ให้เริ่มจากถามว่า “กลิ่นมาจากตรงไหน?” ถ้ามาจากขนให้ดูแลขนและการอาบน้ำ ถ้ามาจากที่นอนให้ซักที่นอน ถ้ามาจากปากให้ตรวจช่องปาก ถ้ามาจากหูให้ตรวจหู และถ้ามาจากอุ้งเท้าให้ตรวจผิวหนังและซอกนิ้ว

ถ้ามีกลิ่นผิดปกติร่วมกับอาการคัน แดง เจ็บ มีสิ่งคัดหลั่ง หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป ควรหาสาเหตุและให้สัตวแพทย์ตรวจเมื่อจำเป็น เป้าหมายไม่ใช่ให้น้องหมา “หอมเหมือนน้ำหอม” แต่คือ ตัวสะอาด ผิวและขนมีสุขภาพดี และบ้านไม่มีกลิ่นสะสม

บทความนี้เป็นข้อมูลการดูแลสัตว์เลี้ยงทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากสัตวแพทย์

อ่านต่อ: วิธีเลี้ยงพุดเดิ้ลให้สุขภาพดี ขนสวย และมีความสุข

อ่านต่อและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

บทความที่เกี่ยวข้องใน RooWai: วิธีเลี้ยงพุดเดิ้ลให้สุขภาพดี • ห้องนอนมีกลิ่นอับแก้ยังไง?

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: American Veterinary Medical Association (AVMA)