10 เรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับโลก ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เราอาศัยอยู่บนโลกทุกวัน แต่ดาวเคราะห์บ้านของเรายังเต็มไปด้วยเรื่องที่ชวนประหลาดใจ ตั้งแต่รูปร่างของโลกที่ไม่ได้กลมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงกว่าเอเวอเรสต์เมื่อวัดอีกแบบ ไปจนถึงสถานที่บนโลกที่ดูคล้ายดาวเคราะห์ดวงอื่น มาดู 10 เรื่องเกี่ยวกับโลกที่รู้ไว้แล้วอาจทำให้มองโลกใบเดิมต่างออกไป
1. โลกไม่ได้กลมเป็นลูกบอลสมบูรณ์
เวลามองภาพโลกจากอวกาศ เราอาจคิดว่าโลกเป็นทรงกลมสมบูรณ์ แต่จริง ๆ แล้วการหมุนของโลกทำให้บริเวณเส้นศูนย์สูตรป่องออกเล็กน้อย และบริเวณขั้วโลกแบนกว่า
นอกจากนี้ รูปร่างจริงของโลกยังได้รับอิทธิพลจากการกระจายตัวของมวลและแรงโน้มถ่วงที่ไม่สม่ำเสมอ จึงซับซ้อนกว่าลูกบอลกลม ๆ ที่เราเห็นในแบบจำลอง

2. พื้นผิวโลกส่วนใหญ่คือน้ำ
ประมาณ 71% ของพื้นผิวโลกถูกปกคลุมด้วยน้ำ ขณะที่พื้นดินมีเพียงประมาณ 29%
และน้ำส่วนใหญ่บนโลกเป็นน้ำเค็มในมหาสมุทร นั่นหมายความว่าแม้เราจะอยู่บน “ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน” แต่แหล่งน้ำจืดที่มนุษย์นำมาใช้ได้สะดวกมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับน้ำทั้งหมด

3. จุดที่ลึกที่สุดในมหาสมุทรลึกกว่าเอเวอเรสต์สูง
บริเวณที่ลึกที่สุดที่ทราบในมหาสมุทรคือ Challenger Deep ในร่องลึกมาเรียนา ซึ่งมีความลึกประมาณ เกือบ 11 กิโลเมตร จากระดับน้ำทะเล
ขณะที่ยอดเอเวอเรสต์สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 8.85 กิโลเมตร ดังนั้น หากจินตนาการว่านำเอเวอเรสต์ไปวางลงในบริเวณที่ลึกที่สุดของร่องลึกมาเรียนา ยอดเขาก็ยังอยู่ใต้น้ำ

4. เอเวอเรสต์ไม่ใช่ “ภูเขาที่สูงที่สุด” ในทุกวิธีการวัด
ถ้าวัดความสูง เหนือระดับน้ำทะเล ยอดเอเวอเรสต์คือแชมป์
แต่ถ้าวัดจาก ฐานถึงยอด ภูเขาไฟเมานาเคอาในฮาวายมีความสูงรวมมากกว่า 10 กิโลเมตร เพราะฐานส่วนใหญ่อยู่ใต้มหาสมุทร
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า คำถามว่า “ภูเขาไหนสูงที่สุด?” อาจมีคำตอบต่างกันตามวิธีที่เราใช้วัด

5. ทวีปต่าง ๆ ยังเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา
พื้นผิวโลกไม่ได้หยุดนิ่ง แต่แบ่งออกเป็นแผ่นธรณีภาคที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ
โดยทั่วไปเราไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนที่เพียงไม่กี่เซนติเมตรต่อปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายล้านปี การเคลื่อนที่นี้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งของทวีป สร้างเทือกเขา เปิดมหาสมุทร และมีส่วนเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหวและภูเขาไฟ

6. ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ใช่ซาฮารา
ถ้าพูดคำว่า “ทะเลทราย” หลายคนนึกถึงเนินทรายร้อน ๆ แต่ในทางภูมิศาสตร์ ทะเลทรายพิจารณาจาก ปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่น้อยมาก ไม่ได้พิจารณาจากอุณหภูมิอย่างเดียว
ด้วยนิยามนี้ แอนตาร์กติกาเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนซาฮาราเป็นทะเลทรายร้อนที่ใหญ่ที่สุด

7. สถานที่ที่แห้งมากแห่งหนึ่งของโลกอยู่ในแอนตาร์กติกา
แอนตาร์กติกาไม่ได้มีเพียงพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะเท่านั้น บริเวณ McMurdo Dry Valleys มีสภาพแห้งแล้งอย่างมาก และบางพื้นที่แทบไม่มีน้ำแข็งหรือหิมะปกคลุม
ภูมิประเทศแห้ง หนาว และสุดขั้วของบริเวณนี้ยังทำให้เป็นพื้นที่ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีความคล้ายคลึงบางประการกับดาวอังคาร

8. โลกหมุนเร็วมาก แต่เราแทบไม่รู้สึก
บริเวณเส้นศูนย์สูตร พื้นผิวโลกเคลื่อนที่จากการหมุนด้วยความเร็วประมาณ 1,670 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แต่เราไม่รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเครื่องเล่นความเร็วสูง เพราะตัวเรา พื้นดิน อาคาร และบรรยากาศรอบตัวกำลังเคลื่อนที่ไปพร้อมกันอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ

9. โลกไม่ได้ใช้เวลา 24 ชั่วโมงพอดีในการหมุนหนึ่งรอบเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์
“หนึ่งวัน” ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีค่าเฉลี่ยประมาณ 24 ชั่วโมง โดยอ้างอิงการกลับมาของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า
แต่ถ้าวัดการหมุนของโลกหนึ่งรอบเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลออกไป หรือที่เรียกว่า sidereal day จะใช้เวลาประมาณ 23 ชั่วโมง 56 นาที
ความแตกต่างเกิดขึ้นเพราะในขณะที่โลกหมุน โลกก็กำลังโคจรรอบดวงอาทิตย์ไปด้วย

10. ใต้เท้าของเราร้อนกว่าที่คิดมาก
ยิ่งลึกลงไปภายในโลก อุณหภูมิโดยทั่วไปยิ่งสูงขึ้น และบริเวณแก่นโลกมีอุณหภูมิประมาณ หลายพันองศาเซลเซียส โดยการประมาณบางค่ามีอุณหภูมิใกล้เคียงกับพื้นผิวของดวงอาทิตย์
พลังงานความร้อนภายในโลกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการพาความร้อนภายใน การเคลื่อนตัวทางธรณีวิทยา และกิจกรรมภูเขาไฟ

สรุป: โลกธรรมดาที่จริง ๆ แล้วไม่ธรรมดา
โลกอาจเป็นบ้านที่เราคุ้นเคยที่สุด แต่เพียงเปลี่ยนวิธีมอง เราก็พบเรื่องน่าทึ่งได้ตั้งแต่ ก้นมหาสมุทรลึกเกือบ 11 กิโลเมตร ทะเลทรายที่หนาวที่สุด ไปจนถึงพื้นดินที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ใต้เท้าของเราตลอดเวลา
และนี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของสิ่งที่มนุษย์รู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์ที่เราเรียกว่า “บ้าน”


