ดื่มน้ำน้อยทำยังไง? วิธีสร้างนิสัยดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

ถ้าทำงานยาวจนบ่ายแล้วเพิ่งนึกได้ว่าแทบไม่ได้ดื่มน้ำ สิ่งที่ช่วยได้ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้ดื่มครั้งละมาก ๆ แต่คือการสร้าง “จังหวะดื่มน้ำ” ให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร และไม่จำเป็นต้องยึดตัวเลขเดียวกันสำหรับทุกคนครับ
1. เริ่มวันด้วยน้ำ 1 แก้ว
ผูกการดื่มน้ำกับกิจกรรมเดิม เช่น ตื่นนอน แปรงฟัน หรือกินอาหารเช้า เป้าหมายแรกคือทำให้สมองจำว่า “ตื่นแล้ว = ถึงเวลาดื่มน้ำ”

2. วางขวดน้ำให้อยู่ในสายตา
วางบนโต๊ะทำงาน ข้างคอมพิวเตอร์ หรือพกติดตัว หลักง่าย ๆ คือเห็นบ่อย นึกถึงบ่อย และมีโอกาสดื่มบ่อยขึ้น

3. อย่ารอดื่มทีเดียวตอนกระหายน้ำมาก
เปลี่ยนจาก “ต้องดื่มเยอะ” เป็น “ดื่มสม่ำเสมอ” จิบน้ำเป็นระยะตามความต้องการและกิจกรรมระหว่างวัน

4. ใช้มื้ออาหารเป็นตัวเตือน
อาหารเช้า กลางวัน และเย็นเป็นหมุดหมายที่จำง่ายกว่าการตั้งเวลาเป๊ะทุกแก้ว

5. ตั้งเตือนในมือถือ
ถ้าลืมจริง ๆ ตั้ง Reminder ช่วงเช้า สาย บ่าย และเย็นตามตารางชีวิต แต่ไม่ต้องถี่จนกลายเป็นสิ่งรบกวน

6. ใช้ขวดน้ำที่เราชอบจริง ๆ
เลือกขนาด น้ำหนัก ฝา และการเก็บอุณหภูมิให้เข้ากับชีวิตประจำวัน ขวดที่ดีที่สุดคือขวดที่ทำให้เราอยากหยิบขึ้นมาดื่มจริง ๆ

7. น้ำเปล่าไม่ถูกปาก ลองเพิ่มรสแบบธรรมชาติ
อาจเติมมะนาว แตงกวา ใบสะระแหน่ หรือผลไม้ตามชอบ แต่อย่าเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการดื่มเครื่องดื่มน้ำตาลสูงทั้งวัน

8. กินอาหารที่มีน้ำสูงด้วย
น้ำไม่ได้มาจากแก้วน้ำอย่างเดียว ผัก ผลไม้ ซุป และอาหารหลายชนิดมีน้ำเป็นส่วนประกอบ จึงควรมองภาพรวมทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

9. เพิ่มน้ำเมื่อเสียเหงื่อมาก
วันที่ออกกำลังกาย ทำงานกลางแจ้ง หรืออากาศร้อน ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น จึงควรปรับการดื่มตามกิจกรรมและสภาพอากาศ

10. อย่าบังคับตัวเองให้ดื่มมากเกินไป
“ยิ่งดื่มมากยิ่งดี” ไม่จริงเสมอไป การดื่มน้ำปริมาณมากในเวลาสั้น ๆ อาจเป็นอันตราย เป้าหมายคือได้รับน้ำอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ

แล้วจริง ๆ ควรดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน ความต้องการขึ้นกับอายุ ขนาดร่างกาย อาหาร อากาศ การออกกำลังกาย การตั้งครรภ์/ให้นม ยา และสุขภาพ รวมทั้งน้ำจากอาหารและเครื่องดื่มอื่นด้วย
ปัสสาวะบอกได้ไหมว่าดื่มน้ำพอ?
สีปัสสาวะเป็นข้อมูลประกอบได้ แต่เปลี่ยนจากอาหาร วิตามิน ยา และภาวะสุขภาพได้ ไม่ควรใช้วินิจฉัยเพียงอย่างเดียว หากมีเลือด สีผิดปกติ หรือปัสสาวะน้อยผิดปกติควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
กาแฟ ชา นับเป็นน้ำไหม?
เครื่องดื่มหลายชนิดมีส่วนต่อปริมาณของเหลวที่ได้รับ แต่ควรดูน้ำตาลและพลังงานที่มากับเครื่องดื่มด้วย น้ำเปล่ายังคงเป็นตัวเลือกที่เรียบง่ายสำหรับการดื่มประจำ
ใครบ้างที่ไม่ควรเพิ่มน้ำเองแบบสุ่ม ๆ?
ผู้มีโรคไต โรคหัวใจ ผู้ที่แพทย์กำหนดให้จำกัดน้ำ หรือใช้ยาบางชนิด ควรยึดคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากผู้ดูแลรักษามากกว่าสูตรทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต
สรุป
วางขวดให้เห็น → ดื่มหลังตื่น → ผูกกับมื้ออาหาร → จิบเป็นระยะ → ตั้งเตือนถ้าจำเป็น → เพิ่มตามกิจกรรมและอากาศ เป้าหมายไม่ใช่ดื่มให้เยอะที่สุด แต่ดื่มให้เพียงพอและทำได้สม่ำเสมอครับ
