RooWai รู้ไว้ ใช้ได้ทุกวัน
หน้าแรก › การศึกษา
การศึกษา

อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ ทำยังไง? 9 เทคนิคอ่านให้จำและเข้าใจมากขึ้น

อัปเดต 6 ก.ย. 2569

9 เทคนิคอ่านหนังสือให้จำและเข้าใจมากขึ้น

เคยเป็นไหม? อ่านหนังสือเมื่อคืนจนเกือบเที่ยงคืน ตอนอ่านก็รู้สึกว่า “เข้าใจหมดแล้ว” แต่พอวันรุ่งขึ้นลองปิดหนังสือแล้วถามตัวเองว่าเมื่อวานอ่านอะไรไป... กลับนึกไม่ออก

บางคนจึงแก้ปัญหาด้วยการอ่านซ้ำ อ่านนานขึ้น หรือไฮไลต์แทบทั้งหน้า แต่พอถึงวันสอบก็ยังรู้สึกเหมือนความรู้หายไปไหนหมด

ปัญหาอาจไม่ได้แปลว่าเรา “ความจำไม่ดี” เสมอไป แต่อาจเป็นเพราะ วิธีที่ใช้เรียนยังไม่ได้บังคับให้สมองฝึกดึงความรู้ออกมาใช้

ถ้ากำลังเจอปัญหา อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ ลองเปลี่ยนจากการอ่านให้นานขึ้น มาเป็นการอ่านและทบทวนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 9 วิธีต่อไปนี้

1. อย่าอ่านอย่างเดียว ลองปิดหนังสือแล้วตอบ

สมมติว่าเพิ่งอ่านเรื่อง “การสังเคราะห์ด้วยแสง” จบ แทนที่จะย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกทันที ลองปิดหนังสือแล้วถามตัวเองว่า การสังเคราะห์ด้วยแสงคืออะไร? พืชต้องใช้อะไรบ้าง? กระบวนการนี้สำคัญอย่างไร?

จากนั้นพยายามตอบโดย ไม่เปิดดูคำตอบ วิธีนี้เรียกว่า Active Recall หรือการฝึกดึงข้อมูลที่เรียนไปแล้วกลับออกมาจากความจำ จุดสำคัญคือเราไม่ได้เพียงมองเห็นข้อมูลซ้ำ ๆ แต่กำลังทดสอบว่าตัวเองสามารถเรียกข้อมูลนั้นกลับมาได้จริงหรือไม่

ตอบไม่ได้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะจุดที่ตอบไม่ได้ต่างหากที่กำลังบอกว่า “ตรงนี้ต้องทบทวนเพิ่ม”

2. เปลี่ยนหัวข้อในหนังสือให้กลายเป็นคำถาม

เทคนิคง่าย ๆ ที่ทำให้การอ่าน Active ขึ้น คือเปลี่ยนสิ่งที่กำลังอ่านเป็นคำถาม เช่น จากหัวข้อ “สาเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1” เปลี่ยนเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง?” อ่านจบแล้วปิดหนังสือและลองตอบ

หรือจาก “หน้าที่ของระบบย่อยอาหาร” เปลี่ยนเป็น “ระบบย่อยอาหารมีหน้าที่อะไร และมีอวัยวะใดเกี่ยวข้องบ้าง?” เมื่ออ่านแบบนี้ เราจะมีเป้าหมายในการอ่านมากกว่าการไล่สายตาจากบรรทัดแรกไปบรรทัดสุดท้าย

3. อย่าอัดทุกอย่างในคืนเดียว

สถานการณ์คลาสสิกก่อนสอบคือ พรุ่งนี้สอบ วันนี้อ่านทั้งเล่ม บางครั้งจำเป็นต้องทำเพราะไม่มีเวลา แต่ถ้ามีเวลาเตรียมตัว การแบ่งการเรียนออกเป็นหลายช่วงมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

แนวคิดนี้เรียกว่า Spaced Practice หรือ Spaced Learning แทนที่จะอ่านบทเดียว 3 ชั่วโมงในคืนเดียว อาจแบ่งเป็นวันแรกเรียนเนื้อหาใหม่ วันถัดมาทบทวนสั้น ๆ อีกไม่กี่วันลองทำคำถามโดยไม่เปิดหนังสือ และสัปดาห์ถัดมากลับมาทบทวนอีกครั้ง

ระยะห่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกวิชา สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้การทบทวนทั้งหมดไปกองอยู่ก่อนสอบ

4. อธิบายเรื่องที่เรียนด้วยภาษาของตัวเอง

หลังอ่านเนื้อหาจบ ลองถามตัวเองว่า “ถ้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง จะพูดว่าอะไร?” จากนั้นลองพูดออกมาจริง ๆ โดยไม่มองหนังสือ

ถ้าอธิบายได้ง่ายและเชื่อมโยงเหตุผลได้ แสดงว่าเราเริ่มเข้าใจเนื้อหา แต่ถ้าพูดไปถึงครึ่งทางแล้วติด ตรงนั้นอาจเป็นสัญญาณว่ายังมีส่วนที่เราเข้าใจไม่ชัด ให้กลับไปอ่านเฉพาะจุดนั้น แล้วลองอธิบายใหม่อีกครั้ง

5. ไฮไลต์ได้ แต่อย่าไฮไลต์ทุกบรรทัด

ปากกาไฮไลต์ช่วยจัดระเบียบข้อมูลได้ แต่เมื่อทุกอย่างสำคัญ ก็เท่ากับไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ ลองกำหนดว่าไฮไลต์เฉพาะ คำสำคัญ นิยาม สูตร วันที่ เหตุผล หรือแนวคิดหลัก จากนั้นนำสิ่งที่ไฮไลต์ไปสร้างคำถามหรือ Flashcard ต่อ

6. ทำข้อสอบเก่าและแบบฝึกหัดให้มากขึ้น

สำหรับการเตรียมสอบ การอ่านเนื้อหาอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะเวลาสอบ เราไม่ได้ถูกถามว่า “เคยเห็นข้อความนี้ในหนังสือไหม?” แต่ถูกขอให้ตอบคำถาม แก้โจทย์ เปรียบเทียบ วิเคราะห์ หรือเลือกคำตอบที่ถูกต้อง

ดังนั้นควรมีเวลาสำหรับ Practice Testing หรือการฝึกทำโจทย์ด้วย หลังทำเสร็จอย่าดูเพียงคะแนน ให้กลับไปดูข้อที่ผิดแล้วถามว่า ผิดเพราะจำไม่ได้ ไม่เข้าใจ อ่านโจทย์ไม่ครบ หรือรู้เนื้อหาแต่ประยุกต์ไม่เป็น

ฝึกทำข้อสอบเก่าและแบบฝึกหัดเพื่อทบทวนความเข้าใจ

7. สลับวิชาหรือประเภทของโจทย์บ้าง

อ่านวิชาเดียวต่อเนื่องหลายชั่วโมงอาจทำให้รู้สึกว่าเริ่มคล่อง แต่บางครั้งเป็นเพียงเพราะเราเพิ่งเห็นข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ ในการฝึกบางประเภท การสลับหัวข้อหรือรูปแบบโจทย์สามารถช่วยให้เราต้องคิดว่า โจทย์นี้ควรใช้วิธีไหน

เช่น แทนที่จะทำโจทย์คณิตศาสตร์ประเภทเดียว 30 ข้อติดกัน อาจสลับโจทย์จากหลายหัวข้อหลังจากเข้าใจพื้นฐานแต่ละเรื่องแล้ว วิธีนี้อาจรู้สึกยากกว่า แต่ “ยากกว่า” ไม่ได้หมายความว่า “เรียนแย่กว่า” เสมอไป

8. ลดสิ่งรบกวนตอนอ่านหนังสือ

เปิดหนังสือไว้ตรงหน้า แต่โทรศัพท์วางอยู่ข้าง ๆ อ่านสองย่อหน้าแล้วแจ้งเตือนเข้า กว่าจะกลับมาอ่านต่อ สมาธิก็ถูกตัดไปหลายครั้ง

ถ้าต้องอ่านเรื่องที่ใช้สมาธิ ลองกำหนดช่วงเวลาที่จะไม่แตะโทรศัพท์ เช่น 25–50 นาที แล้วค่อยพัก ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเลขเดียวกันทุกคน เป้าหมายคือสร้างช่วงเวลาที่สมองสามารถอยู่กับงานหนึ่งอย่างได้ต่อเนื่อง

ปิดมือถือขณะอ่านหนังสือเพื่อลดสิ่งรบกวน
ลดสิ่งรบกวนรอบตัว เพื่อให้เวลาที่ใช้กับหนังสือเป็นเวลาที่มีสมาธิจริง ๆ

9. อย่าแลกเวลานอนทั้งหมดกับเวลาอ่าน

ใกล้สอบแล้วหลายคนคิดว่า “นอนทีหลังได้ คืนนี้อ่านให้จบก่อน” การเพิ่มเวลาอ่านด้วยการลดเวลานอนอาจดูเหมือนได้กำไร แต่การนอนมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และความจำด้วย

หากอดนอนจนง่วงมาก สมาธิในการเรียนวันถัดไปก็อาจลดลง ดังนั้นการวางแผนอ่านหนังสือล่วงหน้าจึงสำคัญ เพราะช่วยลดโอกาสที่จะต้องเลือกระหว่าง “อ่านไม่ทัน” กับ “ไม่ได้นอน” ในคืนก่อนสอบ

ตัวอย่างวิธีอ่านหนังสือ 1 บท

ขั้นที่ 1 — ดูภาพรวม: อ่านชื่อบท หัวข้อย่อย รูป ตาราง และคำสำคัญ เพื่อรู้ก่อนว่ากำลังจะเรียนเรื่องอะไร

ขั้นที่ 2 — อ่านเพื่อทำความเข้าใจ: อ่านเนื้อหาทีละส่วน ไม่ต้องรีบจำทุกประโยค

ขั้นที่ 3 — ปิดหนังสือ: ลองเขียนหรือพูดสิ่งที่จำได้ออกมา

ขั้นที่ 4 — ตรวจคำตอบ: เปิดหนังสือแล้วเปรียบเทียบว่าอะไรถูก อะไรขาด และอะไรเข้าใจผิด

ขั้นที่ 5 — สร้างคำถาม: นำหัวข้อสำคัญมาทำเป็นคำถามหรือ Flashcard

ขั้นที่ 6 — กลับมาทบทวน: หลังผ่านไประยะหนึ่ง ลองตอบคำถามเดิมอีกครั้งโดยไม่อ่านเนื้อหาก่อน

เพียงเท่านี้ การอ่านก็เปลี่ยนจาก อ่าน → อ่านซ้ำ → อ่านอีก เป็น เรียน → ดึงความจำ → ตรวจ → ทบทวน

อ่านหนังสือนานแค่ไหนถึงจะดี?

ไม่มีคำตอบว่า “ต้องอ่านวันละ 3 ชั่วโมง” แล้วจะเหมาะกับทุกคน เด็กประถม นักเรียนมัธยม นักศึกษา และคนทำงานที่กำลังสอบวิชาชีพมีทั้งเนื้อหา ตารางชีวิต และความสามารถในการจดจ่อต่างกัน

แทนที่จะสนใจเพียงจำนวนชั่วโมง ลองถามว่า หลังอ่านจบ เราสามารถอธิบายสิ่งที่เรียนโดยไม่เปิดหนังสือได้หรือไม่? อ่าน 45 นาทีแล้วตอบคำถามได้ อาจมีประโยชน์กว่านั่งเปิดหนังสือสามชั่วโมงแต่ไม่ได้ประมวลผลเนื้อหาเลย

คำถามที่พบบ่อย

อ่านหนังสือหลายรอบแต่จำไม่ได้ เกิดจากอะไร?

อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น วิธีทบทวนไม่มีการฝึกเรียกข้อมูลกลับมา การอ่านจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ สิ่งรบกวน ความเหนื่อยล้า หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นเพราะความจำไม่ดี

อ่านหนังสือตอนเช้าหรือตอนกลางคืนดีกว่า?

ไม่มีช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ควรเลือกช่วงที่สามารถมีสมาธิและเข้ากับตารางชีวิตของตัวเอง พร้อมรักษาการนอนให้เพียงพอ

อ่านแล้วจดสรุปช่วยให้จำไหม?

ช่วยได้หากการสรุปทำให้เราคิดและเรียบเรียงเนื้อหาด้วยภาษาของตัวเอง แต่การคัดข้อความจากหนังสือมาทั้งหมดอาจไม่ได้ฝึกความเข้าใจเท่าที่คิด

ก่อนสอบหนึ่งวันควรทำอะไร?

ควรเน้นทบทวนประเด็นสำคัญ ลองตอบคำถามหรือทำโจทย์ ตรวจจุดที่ยังผิด และจัดเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม มากกว่าพยายามเรียนเนื้อหาใหม่จำนวนมากในคืนเดียว

สรุป

ถ้ากำลังเจอปัญหา อ่านหนังสือแล้วจำไม่ได้ อย่าเพิ่งแก้ด้วยการเพิ่มจำนวนชั่วโมงอ่านเพียงอย่างเดียว

ลองเปลี่ยนจาก อ่านซ้ำ → ปิดหนังสือแล้วตอบ จาก อ่านรวดเดียวก่อนสอบ → แบ่งทบทวนหลายช่วง จาก คิดว่าเข้าใจแล้ว → ลองอธิบายโดยไม่ดูหนังสือ และจาก อ่านแต่ทฤษฎี → ฝึกทำคำถามและโจทย์

เป้าหมายของการเรียนไม่ใช่การใช้เวลากับหนังสือให้นานที่สุด แต่คือวันที่เราปิดหนังสือแล้ว ยังสามารถนำสิ่งที่เรียนออกมาอธิบาย ตอบคำถาม และประยุกต์ใช้ได้

อ่านต่อและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

บทความที่เกี่ยวข้องใน RooWai: นอนไม่เป็นเวลา แก้ยังไง? • 10 วิธีจัดระเบียบชีวิตให้ง่ายขึ้น • ก่อนสอบ 7 วันควรอ่านหนังสือยังไง?

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: Harvard Academic Resource Center