RooWai รู้ไว้ ใช้ได้ทุกวัน
หน้าแรก › บ้านและสวน
บ้านและสวน

10 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกในบ้านได้ ดูแลง่าย มือใหม่ก็ปลูกได้

อัปเดต 6 ก.ย. 2569

10 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกในบ้านได้ ดูแลง่าย มือใหม่ก็ปลูกได้

อยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้าน แต่กลัวซื้อต้นไม้มาแล้วเลี้ยงไม่รอด?

ปัญหานี้เกิดขึ้นกับมือใหม่หลายคน โดยเฉพาะเวลาซื้อต้นไม้สวย ๆ มาวางบนโต๊ะหรือมุมห้อง ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ใบเริ่มเหลือง ต้นเริ่มเหี่ยว สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าควรรดน้ำเพิ่มหรือลดน้ำกันแน่

จริง ๆ แล้วการปลูกต้นไม้ในบ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับปริมาณแสงและสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

วันนี้ RooWai จึงรวบรวม 10 ต้นไม้ฟอกอากาศยอดนิยมที่ปลูกในบ้านได้ มีตั้งแต่ต้นที่ทนและดูแลง่าย ไปจนถึงต้นที่เหมาะสำหรับใช้ตกแต่งห้อง

แต่ก่อนเลือกซื้อ มีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคำว่า “ต้นไม้ฟอกอากาศ” ที่ควรรู้ก่อน

ต้นไม้ฟอกอากาศ ฟอกอากาศในบ้านได้จริงไหม?

คำว่า “ต้นไม้ฟอกอากาศ” ได้รับความนิยมมานาน ส่วนหนึ่งมาจากงานทดลองที่ศึกษาความสามารถของพืชในการลดสารอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิดภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุม

อย่างไรก็ตาม การทดลองในห้องปิดกับการวางต้นไม้ไม่กี่กระถางในบ้านจริงเป็นคนละสถานการณ์กัน

งานวิจัยที่ทบทวนผลการทดลองเกี่ยวกับต้นไม้กระถางภายหลังพบว่า ในสภาพบ้านหรืออาคารทั่วไป อัตราการกำจัดสารมลพิษของต้นไม้กระถางค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการแลกเปลี่ยนอากาศของอาคาร

ดังนั้น เราไม่ควรมองต้นไม้เป็นเครื่องฟอกอากาศทดแทนระบบระบายอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศ

แต่ต้นไม้ยังมีข้อดีในด้านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่ขึ้น

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้ว มาดูกันว่ามีต้นอะไรน่าปลูกบ้าง

1. ลิ้นมังกร

1. ลิ้นมังกร
1. ลิ้นมังกร

ถ้าถามว่ามือใหม่ควรเริ่มเลี้ยงต้นอะไร ลิ้นมังกร มักเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ

จุดเด่นคือใบตั้งตรง มีลวดลายสวย และเข้ากับการตกแต่งบ้านหลายสไตล์ ตั้งแต่มินิมอลไปจนถึงโมเดิร์น

ลิ้นมังกรไม่ชอบดินแฉะ จึงควรระวังเรื่องการรดน้ำมากเกินไป

ก่อนรดน้ำครั้งต่อไปควรตรวจความชื้นของดินก่อน และใช้กระถางที่สามารถระบายน้ำได้ดี

เหมาะกับ: มือใหม่ ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และมุมบ้านที่มีแสงเหมาะสม

ข้อควรระวัง: บ้านที่มีสุนัขหรือแมวควรวางให้สัตว์เลี้ยงกัดหรือกินไม่ได้

2. พลูด่าง

2. พลูด่าง
2. พลูด่าง

อีกต้นที่เห็นได้บ่อยตามบ้าน ร้านกาแฟ และสำนักงานคือ พลูด่าง

เสน่ห์ของพลูด่างคือกิ่งสามารถเลื้อยห้อยลงมาได้ จึงเหมาะกับการวางบนชั้นหรือกระถางแขวน

พลูด่างค่อนข้างปรับตัวได้ดีและมีรูปแบบใบให้เลือกหลายแบบ

แม้จะเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงไม่ยาก แต่ก็ไม่ควรวางในมุมมืดสนิท เพราะต้นไม้ยังต้องการแสงสำหรับการเจริญเติบโต

ควรเลือกบริเวณที่ได้รับแสงตามความเหมาะสม และตรวจดินก่อนรดน้ำเพื่อป้องกันดินแฉะเป็นเวลานาน

เหมาะกับ: ชั้นวางของ มุมโต๊ะ และกระถางแขวน

ข้อควรระวัง: พลูด่างไม่เหมาะกับจุดที่สุนัขหรือแมวสามารถกัดกินใบได้

3. เดหลี

3. เดหลี
3. เดหลี

ถ้าอยากได้ต้นไม้ที่มีทั้งใบเขียวและดอกสีขาว เดหลี เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ใบสีเขียวเข้มและดอกสีขาวช่วยทำให้มุมบ้านดูสดชื่นขึ้นโดยไม่ต้องใช้ของตกแต่งจำนวนมาก

เดหลีชอบความชื้นในระดับเหมาะสม แต่ไม่ควรปล่อยให้ดินแฉะจนเกิดปัญหาที่ราก

หากใบเริ่มผิดปกติ อย่าเพิ่งสรุปว่าต้องเพิ่มน้ำเสมอ เพราะใบเหลืองหรือเหี่ยวสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งน้ำ แสง หรือสภาพราก

เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น มุมรับแขก และพื้นที่ที่มีแสงเหมาะสม

ข้อควรระวัง: ควรเก็บให้พ้นจากสุนัขและแมวที่ชอบกัดต้นไม้

4. ยางอินเดีย

4. ยางอินเดีย
4. ยางอินเดีย

ใครชอบต้นไม้ใบใหญ่ รูปทรงเรียบง่ายและดูโดดเด่น ลองพิจารณา ยางอินเดีย

จุดเด่นคือใบขนาดใหญ่และสีเข้ม เมื่อนำไปวางในกระถางเรียบ ๆ สามารถกลายเป็นของตกแต่งห้องได้ทันที

ควรวางในบริเวณที่ได้รับแสงเหมาะสม และหมุนกระถางเป็นระยะหากต้นได้รับแสงเพียงด้านเดียว เพื่อช่วยให้ทรงต้นเติบโตสมดุลขึ้น

เรื่องการรดน้ำควรตรวจดินก่อน ไม่ควรกำหนดตายตัวว่าต้องรดทุกวัน เพราะความเร็วในการแห้งของดินขึ้นอยู่กับแสง อุณหภูมิ กระถาง และสภาพแวดล้อมของแต่ละบ้าน

เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น โถงบ้าน หรือข้างหน้าต่างที่มีแสงเหมาะสม

5. เขียวหมื่นปี

5. เขียวหมื่นปี
5. เขียวหมื่นปี

เขียวหมื่นปี เป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมจากลวดลายและสีของใบที่มีให้เลือกหลายแบบ

ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องรอให้มีดอกก็สามารถใช้ตกแต่งบ้านได้ เพราะตัวใบมีความสวยงามอยู่แล้ว

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มสีสันให้มุมบ้านโดยไม่ต้องเลือกต้นไม้ขนาดใหญ่มาก

ควรวางในพื้นที่ที่มีแสงเหมาะกับพันธุ์ที่เลือก และระวังไม่ให้วัสดุปลูกมีน้ำขัง

เหมาะกับ: โต๊ะทำงาน ชั้นวาง และมุมตกแต่งภายในบ้าน

ข้อควรระวัง: หากมีสัตว์เลี้ยงที่ชอบกัดใบไม้ ควรเลือกตำแหน่งวางที่เข้าถึงไม่ได้

6. มอนสเตอร่า

6. มอนสเตอร่า
6. มอนสเตอร่า

ถ้าพูดถึงต้นไม้แต่งบ้านยอดนิยม ชื่อของ มอนสเตอร่า ต้องติดอยู่ในรายการแน่นอน

เอกลักษณ์คือใบขนาดใหญ่ที่มีรอยแฉกหรือช่องเมื่อเจริญเติบโต ทำให้มอนสเตอร่ากลายเป็นต้นไม้ที่โดดเด่นมากในห้อง

ต้นนี้เหมาะกับพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอตามความต้องการของต้น แต่ควรระวังแดดแรงโดยตรงเป็นเวลานานในสภาพที่ต้นไม่คุ้นเคย เพราะอาจทำให้ใบเสียหายได้

นอกจากนี้ควรเตรียมพื้นที่เผื่อไว้ด้วย เพราะเมื่อโตขึ้นมอนสเตอร่าสามารถกินพื้นที่มากกว่าตอนซื้อมาใหม่ ๆ

เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น มุมอ่านหนังสือ และพื้นที่ที่ต้องการต้นไม้เด่นหนึ่งต้น

ข้อควรระวัง: ไม่ควรให้สุนัขหรือแมวกัดกิน

7. ฟิโลเดนดรอน

7. ฟิโลเดนดรอน
7. ฟิโลเดนดรอน

ฟิโลเดนดรอนมีหลายชนิดและรูปทรง จึงเป็นอีกกลุ่มที่คนรักต้นไม้มักสะสม

บางชนิดเป็นไม้เลื้อย ขณะที่บางชนิดมีทรงพุ่มสวย สามารถเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ในบ้านได้

การดูแลจะแตกต่างกันบ้างตามสายพันธุ์ แต่โดยทั่วไปควรให้แสงและน้ำในระดับที่เหมาะสม พร้อมใช้วัสดุปลูกที่ระบายน้ำได้

หากเพิ่งเริ่มปลูก ควรศึกษาความต้องการของฟิโลเดนดรอนชนิดที่ซื้อมาโดยเฉพาะ เพราะชื่อ “ฟิโลเดนดรอน” ครอบคลุมต้นไม้จำนวนมาก

เหมาะกับ: คนที่ต้องการไม้ใบสำหรับแต่งบ้าน

ข้อควรระวัง: ควรวางให้ห่างจากสัตว์เลี้ยงและเด็กเล็กที่อาจนำใบเข้าปาก

8. เศรษฐีเรือนใน

8. เศรษฐีเรือนใน
8. เศรษฐีเรือนใน

เศรษฐีเรือนใน หรือ Spider Plant มีใบเรียวยาวโค้งออกจากกลางต้น และเมื่อโตสมบูรณ์อาจมีต้นอ่อนห้อยออกมา ทำให้ดูสวยเป็นพิเศษเมื่อปลูกในกระถางแขวน

ต้นนี้เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้

ควรวางในบริเวณที่มีแสงเหมาะสมและไม่ปล่อยให้ดินมีน้ำขังเป็นเวลานาน

เหมาะกับ: กระถางแขวน ชั้นวาง และบ้านพื้นที่จำกัด

9. หมากเหลือง

9. หมากเหลือง
9. หมากเหลือง

หากมีพื้นที่มากขึ้นและอยากได้บรรยากาศคล้ายสวนเขตร้อน ลองใช้ หมากเหลือง เป็นไม้ประดับหลักของห้อง

ใบเป็นพุ่มและมีขนาดใหญ่กว่าต้นไม้ตั้งโต๊ะ จึงช่วยเติมพื้นที่ว่างตามมุมห้องได้ดี

ข้อสำคัญคือควรเตรียมพื้นที่ให้เพียงพอกับขนาดต้นเมื่อโตขึ้น และจัดตำแหน่งที่ได้รับแสงเหมาะสม

ไม่ควรซื้อต้นใหญ่เพียงเพราะเห็นว่าสวยในร้านโดยไม่ได้วัดพื้นที่บ้านก่อน เพราะเมื่อรวมกระถางและพุ่มใบแล้วอาจใช้พื้นที่มากกว่าที่คิด

เหมาะกับ: ห้องนั่งเล่น โถงบ้าน และมุมที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง

10. ปาล์มไผ่

10. ปาล์มไผ่
10. ปาล์มไผ่

ปิดท้ายด้วย ปาล์มไผ่ อีกหนึ่งต้นที่เหมาะกับการเพิ่มบรรยากาศสีเขียวภายในบ้าน

ลักษณะใบและทรงพุ่มทำให้บ้านดูผ่อนคลาย และสามารถใช้เติมมุมว่างขนาดใหญ่ได้

ควรเลือกบริเวณที่ได้รับแสงเหมาะสม มีพื้นที่สำหรับพุ่มใบ และตรวจความชื้นของดินก่อนรดน้ำ

เหมาะกับ: ห้องรับแขก โถงบ้าน และพื้นที่ที่ต้องการไม้ประดับทรงสูง

เลี้ยงต้นไม้ในบ้านอย่างไรไม่ให้ตายง่าย?

ปัญหาของมือใหม่จำนวนมากไม่ใช่ “ลืมรดน้ำ” แต่บางครั้งกลับเป็น รดน้ำบ่อยเกินไป

อย่ายึดติดกับสูตรว่า “ต้นไม้ในบ้านต้องรดทุก 2 วัน” หรือ “ทุกวันอาทิตย์ต้องรดน้ำ”

ก่อนรดให้ลองใช้นิ้วตรวจความชื้นของดิน หรือเรียนรู้ลักษณะของวัสดุปลูกที่ใช้ เพราะแต่ละบ้านมีอุณหภูมิ แสง ความชื้น และการไหลเวียนอากาศไม่เท่ากัน

อีกเรื่องคือคำว่า “ต้นไม้ในร่ม” ไม่ได้แปลว่า “ต้นไม้ไม่ต้องการแสง”

ต้นไม้ยังต้องใช้แสงในการดำรงชีวิต เพียงแต่แต่ละชนิดต้องการความเข้มของแสงแตกต่างกัน

หากวางต้นไม้ในมุมที่มืดมากและไม่มีแสงธรรมชาติเข้าถึงเลย ต้นไม้อาจไม่สามารถเติบโตได้ดีในระยะยาว

บ้านมีหมาหรือแมว ต้องระวังต้นไหน?

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

ต้นไม้ในบ้านยอดนิยมหลายชนิดไม่ควรวางในตำแหน่งที่สัตว์เลี้ยงสามารถกัดกินได้ เช่น พลูด่าง เดหลี เขียวหมื่นปี มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน และลิ้นมังกร

ดังนั้นก่อนซื้อต้นไม้ใหม่ ควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และข้อมูลความเป็นพิษของต้นนั้น โดยเฉพาะบ้านที่มีสุนัขหรือแมวชอบกัดใบไม้

อย่าคิดว่าคำว่า “ธรรมชาติ” หมายถึง “ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง” เสมอไป

ต้นไม้ช่วยแทนเครื่องฟอกอากาศได้ไหม?

ไม่ควรใช้แทนกัน

แม้งานทดลองในสภาพแวดล้อมปิดจะพบว่าพืชบางชนิดสามารถลดสารอินทรีย์ระเหยง่ายบางชนิดได้ แต่ผลในบ้านจริงไม่ได้เท่ากับการทดลองในห้องปิด

หากต้องการดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้าน ควรให้ความสำคัญกับการลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การระบายอากาศอย่างเหมาะสมเมื่อสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย และใช้ระบบกรองอากาศที่เหมาะกับปัญหาเมื่อจำเป็น

ส่วนต้นไม้ ให้มองเป็น พื้นที่สีเขียวที่ช่วยสร้างบรรยากาศและความสวยงามให้บ้าน จะตรงกับหลักฐานมากกว่า

มือใหม่ควรเลือกต้นไหนดี?

หากยังไม่เคยปลูกต้นไม้ในบ้าน อย่าเพิ่งซื้อสิบต้นพร้อมกัน

ลองเริ่มจาก 1–2 ต้นก่อน แล้วสังเกตว่าบริเวณบ้านของเรามีแสงมากแค่ไหน ดินแห้งเร็วหรือช้า และเรามีเวลาดูแลมากน้อยเพียงใด

จากนั้นจึงค่อยเพิ่มต้นไม้ชนิดอื่น

การเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับบ้านตั้งแต่แรกง่ายกว่าการพยายามบังคับให้ต้นไม้ที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมอยู่รอด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้นไม้ฟอกอากาศ

ต้นไม้ฟอกอากาศต้องโดนแดดไหม?

ต้นไม้ต้องการแสง แต่ปริมาณและความเข้มของแสงแตกต่างกันตามชนิด ต้นไม้ที่เรียกว่าไม้ในร่มก็ยังต้องได้รับแสงในระดับที่เหมาะสม

วางต้นไม้ในห้องนอนได้ไหม?

สามารถปลูกต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพแสงภายในห้องได้ แต่ควรดูแลดินไม่ให้แฉะหรือเกิดเชื้อรา และไม่ควรมองว่าต้นไม้เป็นเครื่องฟอกอากาศประจำห้อง

ต้นไม้ในบ้านควรรดน้ำกี่ครั้งต่อสัปดาห์?

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกต้น ควรดูชนิดต้นไม้ วัสดุปลูก ขนาดกระถาง อุณหภูมิ ความชื้นและปริมาณแสง พร้อมตรวจดินก่อนรดน้ำ

ต้นไม้ฟอกอากาศต้นไหนเหมาะกับมือใหม่?

ลิ้นมังกร พลูด่าง และไม้ในร่มที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีหลายชนิดมักเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่ควรเลือกตามแสงในบ้านและพิจารณาเรื่องสัตว์เลี้ยงด้วย

สรุป

การมีต้นไม้ในบ้านช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเปลี่ยนบรรยากาศของห้องได้มากโดยไม่ต้องรีโนเวตบ้าน

สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกต้นที่เขาว่า “เลี้ยงง่ายที่สุด” แต่คือเลือกต้นไม้ที่เหมาะกับแสง พื้นที่ และพฤติกรรมการดูแลของเรา

และสำหรับคำว่า “ต้นไม้ฟอกอากาศ” ควรเข้าใจว่าแม้พืชบางชนิดแสดงความสามารถในการลดสารบางอย่างในการทดลอง แต่ต้นไม้ไม่กี่กระถางในบ้านไม่ได้ทดแทนการระบายอากาศหรือระบบกรองอากาศ

เลือกต้นไม้เพราะเราชอบ ดูแลให้เหมาะสม และใช้มันเพิ่มความสดชื่นให้พื้นที่อยู่อาศัย

เพียงเท่านี้บ้านธรรมดา ๆ ก็สามารถมีมุมสีเขียวที่น่าอยู่ขึ้นได้แล้ว

อ่านต่อและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

บทความที่เกี่ยวข้องใน RooWai: ห้องนอนมีกลิ่นอับแก้ยังไง? • บ้านร้อนทำยังไง?

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: U.S. EPA – Indoor Air Quality